Search
  • Piyanee

ยาระบาย: ปลดทุกข์หรือสร้างทุกข์



ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับยาระบาย

โดยทั่วไปควรใช้ยาระบายเป็นครั้งคราวใช้เพื่อแก้ท้องผูก แต่เมื่อหายแล้วจำเป็นต้องเลิกยาระบาย ไม่ควรใช้ยาระบายต่อเนื่องเป็นเวลานานเพราะจะทำให้ลำไส้ติดเป็นนิสัย เรียกว่า “ลำไส้ขี้เกียจ” พึงจำไว้เสมอว่า อย่าใช้ยาระบายโดยพร่ำเพรื่อ มิฉะนั้น ท่านจะต้องเป็นทาสยาระบายไปตลอดชีวิต

ยาระบายควรใช้ในกรณีต่อไปนี้

1. หญิงท้องผูกขณะตั้งครรภ์

2. เป็นริดสีดวงทวาร

3. คนชราที่กล้ามเนื้อท้องอ่อนแรง

4. คนไข้ที่ไม่สามารถกินอาหารพวกผัก, ผลไม้

5. ใช้ร่วมกับยาถ่ายพยาธิ เพื่อช่วยให้ขับพยาธิออกมาได้หมด

ยาระบายมีหลายชนิดให้เลือกตามกลไกการออกฤทธิ์ ได้ดังนี้

1. ยาระบายประเภทเพิ่มปริมาณอุจจาระ

เช่น เม็ดแมงลัก มะละกอสุก อาหารเหล่านี้จะเพิ่มปริมาณอุจจาระ แล้วไปกระตุ้นลำไส้ให้บีบตัวอยากถ่าย

ข้อดี ปลอดภัยกว่ายาอื่น ถ่ายเหมือนธรรมชาติ

ข้อเสีย เห็นผลช้า ต้องใช้เวลา 1-2 วัน จึงจะเห็นผล ถ้าใช้เม็ดแมงลักจะต้องดื่มน้ำมากๆ เพราะเม็ดแมงลักมีคุณสมบัติดูดน้ำ

2. ยาระบายประเภทหล่อลื่นทำให้อุจจาระนุ่ม

เป็นยาที่ทำให้อุจจาระนุ่มและชุ่มชื้น เหมาะกับพวกที่ท้องผูกมากมีอุจจาระแข็งและแห้ง ตัวอย่างเช่นยาระบายพาราฟิน

ข้อดี เป็นยาที่ช่วยป้องกันท้องผูกมากกว่าเป็นยารักษาท้องผูกในระยะยาว

ข้อเสีย ไม่ควรกินประจำ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน คือ วิตามินเอ, ดี, อีและเค นอกจากนี้ยาอาจสำลักเข้าปอด ทำให้ปอดอักเสบได้ จึงต้องระวัง ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และเด็กเล็ก

3. ยาระบายที่ออกฤทธิ์โดยการดูดน้ำกลับเข้ามาในลำไส้มากขึ้น (osmotic laxative)

ตำแหน่งออกฤทธิ์ของยาในกลุ่มนี้คือในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ยาพวกนี้เมื่อกินแล้วจะดูดซึมน้อย แล้วดูดน้ำไว้ใกล้ๆตัว ทำให้มีน้ำในลำไส้มาก กระตุ้นทำให้อยากถ่าย ตัวอย่างยาเช่น มิลค์ ออฟ แมกนีเซียม (Milk of Magnesia) หรือ Duphalac

ข้อดี ยากลุ่มนี้เหมาะสำหรับทารก เด็กผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคตับ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และยาออกฤทธิ์ได้เร็วภายในครึ่งชั่วโมง

ข้อเสีย มิลค์ ออฟ แมกนีเซียม (Milk of Magnesia) อาจทำให้แมกนีเซียมสะสมในร่างกายทำให้เกิดอันตราย จึงห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคไตและเด็ก

4. ยาระบายกระตุ้นลำไส้โดยตรง

เป็นยาระบายที่มีฤทธิ์มากที่สุดและควรใช้อย่างระมัดระวัง ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบตัวเป็นจังหวะๆ ยากลุ่มนี้จะกระตุ้นลำไส้ให้บีบตัว นอกจากนี้น้ำและเกลือแร่จะถูกขับออกมามาก ทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย กลุ่มที่เป็นสมุนไพรได้แก่ น้ำมันละหุ่ง, ยาที่สกัดจากมะขามแขก ถ้าจัดเป็นยาอันตรายได้แก่ ยาบิซาโคดิล (Bisacodyl) หรือที่รู้จักว่า “ยาระบายเม็ดเหลือง”

ข้อดี หาได้ง่าย มีหลายยี่ห้อ

ข้อเสีย เกิดภาวะลำไส้เคยชินต่อยาระบายเมื่อทานยาในกลุ่มนี้ต่อเนื่องไปนานๆ ร่างกายไม่สามารถขับถ่ายได้เอง และจะทนต่อยามากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเพิ่มขนาดยามากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะปวดท้องมาก ระดับเกลือแร่เสียสมดุล ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์, คนที่ลำไส้อุดตัน, มีแผลในลำไส้หรือเป็นริดสีดวงทวาร

ดังนี้แล้วเราคงเข้าใจและหาวิธีใช้ยาระบายให้ถูกต้องและเกิดประโยชน์แล้วนะคะ


บรรณานุกรม

1. ภก.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี นิตยสารหมอชาวบ้าน คอลัมน์ ยาน่าใช้ เล่มที่: 36 เมษายน 2525

2. https://th.wikipedia.org/wiki/ยาระบายอย่างอ่อน

6 views
Eureka logo P.png

Contact : contactefl@eurekapharma.co.th

Tel : + (66) 2 711-2760

HEAD OFFICE:
233/2-233/3, SUKHUMVIT 71 Road, Phra Khanong Nuea Sub-District, Vadhana District, Bangkok, THAILAND 10110

Tax ID: 0105561063382

BE IN 
TOUCH

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 233/2-233/3 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110


เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105561063382

© 2020 by Eureka Pharmaceutical Co.,Ltd.